สาเหตุที่ทำให้ Raspberry Pi ของเรา Boot ไม่ขึ้นและวิธีการแก้ไข

เคยเป็นกันบ้างไหมครับ อยู่ดีๆ Raspberry Pi ลูกรักของเราที่เคยใช้งานได้อย่างไร้ที่ติ อยู่มาวันหนึ่งก็บูตไม่ขึ้น ไฟไม่เข้า ไม่มีการตอบสนองอะไรทั้งสิ้น ซึ่งหากยังอยู่ในประกันก็ยังสามารถเคลมได้ (ซื้อ Raspberry Pi จากทาง Cytron ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจาก Raspberry Pi Official รับประกันตัวบอร์ดสูงสุด 1 ปี เคลมง่ายด้วยนะ 😁) แต่ถ้าหมดประกันไปแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ถึงกับต้องโบกมือลาลูกรักของเราไปเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะโบกมือลาหรือส่งเคลมนั้น เราสามารถตรวจสอบ Raspberry Pi ของเราได้ด้วยตนเองว่า มีอาการที่บ่งบอกถึงสาเหตุของปัญหาที่หาเกิดขึ้นกับตัวบอร์ดหรือไม่ เพราะบางปัญหา เราสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองได้ พร้อมแล้วก็เสียบปลั๊ก Raspberry Pi ของคุณแล้วไปดูกันเลย

🤩 แต่เดี๋ยวก่อน ใครที่ยังไม่มี Raspberry Pi ไว้เล่น ทาง Cytron Thailand ผู้เป็นตัวแทนจำหน่าย Raspberry Pi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มี Raspberry Pi 4 Model B และอีกหลายๆรุ่นจัดจำหน่าย ในราคาที่ถูกกว่าที่อื่นอย่างแน่นอน พร้อมรับประกันสินค้า 1 ปีเต็ม โดยสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ :

หรือสั่งซื้อสินค้าสำหรับ Maker จาก Maker ตัวจริงได้ที่ :

Raspberry Pi 4 บูทไม่ขึ้น ทำไงดี?

  1. ปัญหาเรื่องแหล่งจ่ายไฟ (Power adapter)
  • อย่างที่เรารู้กันว่า Raspberry Pi 4 Model B นั้นมีการใช้งาน Power Adapter port แบบ USB Type-C ที่ไม่เหมือนบอร์ดรุ่นก่อนหน้า อีกทั้งพิกัดการจ่ายกระแสไฟของ Power Adapter ตัวใหม่ของ Raspberry Pi ที่สูงขึ้นจากรุ่นก่อนคือ 3A (2.5A ในรุ่นก่อนหน้า) ซึ่งหากใช้ Power Adapter ที่ไม่ตรงตามความต้องการของตัวบอร์ด ก็อาจเกิดปัญหาบอร์ด Boot ไม่ขึ้นหรือเกิดอาการ Low Voltage ได้

ใครที่ยังไม่มี Power Adapter สำหรับ Raspberry Pi 4 แท้จากทาง Raspberry Pi Official สามารถสั่งซื้อจากทาง Cytron Thailand พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็มได้ที่

2. ไฟเข้าแต่ไม่ยอมบูท (LED สีแดงบนตัวบอร์ดติดเพียงหลอดเดียว)

  • อาจเกิดจากตัว Raspberry Pi OS ที่ถูกติดตั้งอยู่บน microSD card เป็นเวอร์ชันที่เก่าเกินไป ซึ่งอาจทำให้ตัวบอร์ดที่มี Bootloader รุ่นใหม่ไม่รองรับการใช้งานได้ ซึ่งตัวบอร์ดจะแสดงอาการที่ไฟ LED บนบอร์ดจะติดเพียง LED สีแดงเพียงหลอดเดียว ซึ่งตามที่มีการแจ้งออกมาจาก Raspberry Pi Official ตัวบอร์ด Raspberry Pi 4 Model B จะรองรับการใช้งานร่วมกับ Raspberry Pi OS เวอร์ชั่นที่มีการปล่อยออกมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน ปี 2019 เป็นต้นไป
  • ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการติดตั้ง Raspberry Pi OS เวอร์ชั่นล่าสุดจากทาง Raspberry Pi ซึ่งสามารถทำได้ตามคลิปวิดีโอด้านล่างนี้

3. Raspberry Pi 4 ภาพไม่ขึ้น

อย่างที่เรารู้กันว่า Raspberry Pi 4 Model B มาพร้อมกับพอร์ต HDMI แบบ micro-HDMI จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งได้แก่ HDMI0 และ HDMI1 ซึ่งหาก Raspberry Pi ของคุณไม่ Boot แนะนำให้ลองสลับสาย micro-HDMI มาเสียบที่พอร์ต HDMI0 (พอร์ตด้านซ้านมือ) แทน

จากขั้นตอนข้างต้น ไม่เพียงแต่ Raspberry Pi 4 Model B เท่านั้นที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้ คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับ Raspberry Pi รุ่นอื่นๆได้เช่นกัน

Raspberry Pi Boot ไม่ขึ้น แต่ LED สีเขียวบนตัวบอร์ดมีการกระพริบ

LED แสดงสถานะของบอร์ด Raspberry Pi

เมื่อ Raspberry Pi เริ่มการทำงาน LED สีแดง (PWR) และสีเขียว (ACT) บนตัวบอร์ดจะติดขึ้น (รวมถึง LED บริเวณพอร์ต RJ45 ของบอร์ดที่จะแสดงถึงสถานะการเชื่อมต่อเครือข่ายของบอร์ดด้วย)

แล้ว LED พวกนี้หมายความว่าอย่างไรล่ะ? ซึ่งคุณสามารถวินิจฉัยอาการของ Raspberry Pi ของคุณง่ายๆได้ ดังนี้

กรณีที่ LED สีแดง (PWR) ติด นั่นหมายความว่าบอร์ดของคุณได้รับพลังงานจาก Power Adapter ตามปกติ แต่หาก LED สีแดง (PWR) มีการกระพริบ นั่นหมายความว่า แรงดันไฟฟ้าจาก Power Adapter ของคุณนั้นต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (ต่ำกว่า 4.65V) หรือหาก LED สีแดง (PWR) ไม่ติดเลย นั่นหมายความว่าไม่มีพลังงานจาก Power Adapter ของคุณจ่ายเข้าบอร์ด Raspberry Pi เลย

สำหรับ LED สีเขียว (ACT) จะบ่งบอกถึงสถานะการอ่านเขียนของ microSD card ของ Raspberry Pi โดยหากบอร์ด boot ขึ้นปกติ LED สีเขียว (ACT) จะมีการกระพริบอยู่เรื่อย ตามช่วงการอ่านเขียนข้อมูลบน microSD card ของ Raspberry Pi

นอกจากนี้ ในการ Boot Raspberry Pi ขึ้นโดยใช้ microSD card หากเราสังเกตุบอร์ดของเราแล้วว่ามีไฟเข้าปกติ (LED สีแดง (PWR) ติดปกติ) แต่ LED สีเขียว (ACT) มีการกระพริบเป็นจังหวะ นั่นอาจหมายความว่า ไฟล์ใน Boot Partition บน microSD card อาจมีปัญหา ซึ่งสามารถระบุได้ ดังนี้

กระพริบ 3 ครั้งติด : ไม่มีไฟล์ start.elf บน Boot Partition

กระพริบ 4 ครั้งติด : ไม่สามารถรัน start.elf บน Boot Partition ได้ ซึ่งอาจเกิดจากไฟล์มีปัญหา, microSD card ถูกติดตั้งเข้ากับตัวบอร์ดอย่างไม่ถูกต้อง, microSD card เสีย

กระพริบ 7 ครั้งติด : ไม่มีไฟล์ kernel.img บน Boot Partition

กระพริบ 8 ครั้งติด : SDRAM บนตัวบอร์ดมีปัญหาหรือเสียหาย, ไฟล์ bootcode.bin หรือ start.elf ไม่สามารถอ่านได้

จากข้อบ่งชี้จากอาการข้างต้นที่ Raspberry Pi แสดงออกมาผ่านการกระพริบ LED สามารถแก้ไขได้โดยการติดตั้ง Raspberry Pi OS ลงบน microSD card ใหม่ตามคลิปวิดีโอด้านล่าง

Raspberry Pi ไม่ตอบสนอง LED ไม่ติด

จากข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าปัญหาจากแหล่งจ่ายไฟสามารถทำให้ Raspberry Pi ของเรานั้นมีปัญหาระหว่างการใช้งานไปจนกระทั่ง Boot ไม่ขึ้นหรือดับระหว่างใช้งานได้ ซึ่งในการที่จะทำให้ Raspberry Pi สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ควรที่จะใช้งาน Power Adapter ที่ได้มาตรฐานจากทาง Raspberry Pi ในการจ่ายพลังงานให้กับตัวบอร์ด

หลายๆคนมีการใช้งาน Power Adapter ที่ใช้งานในการชาร์จโทรศัพท์มาจ่ายไฟให้กับ Raspberry Pi นี่ถือเป็นความคิดที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะ Power Adapter ของโทรศัพท์มือถืออาจจ่ายกระแสให้กับ Raspberry Pi ได้ไม่เพียงพอเมื่อเกิดการใช้พลังงานที่สูงขึ้นกระทันหัน ซึ่ง Power Adapter ของโทรศัพท์มือถือไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ

สำหรับใครที่ยังไม่มี Power Adapter จากทาง Raspberry Pi Official ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานร่วมกับบอร์ด Raspberry Pi โดยเฉพาะ สามารถสั่งซื้อจาก Cytron Thailand ได้ที่นี่ โดยรับประกันสูงสุด 1 ปีเต็ม!

Power Adapter สำหรับ Raspberry Pi 4 Model B :

Power Adapter สำหรับ Raspberry Pi 3 Model B, 3B+, Raspberry Pi ในตระกูล Model A ทุกรุ่นและ Raspberry Pi ในตระกูล Zero ทุกรุ่น:

Raspberry Pi (ตั้งแต่ Raspberry Pi 3 Model B+ ลงไป) จะมี Fuse ติดตั้งอยู่ ซึ่งสามารถรีเซ็ตตัวเองได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1–2 วัน โดยหากคุณเผลอทำ Fuse ของ Raspberry Pi ขาด สิ่งที่คุณต้องทำก็คือรอจนกว่า Fuse จะทำการรีเซ็ตตัวเอง

เช็ค microSD card ที่ใช้งาน

การทำงานของ Raspberry Pi ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ microSD card ที่เลือกใช้งานด้วย โดยหากเป็น microSD card ที่คุณภาพต่ำ ก็จะส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรในการใช้งาน บอร์ดทำงานได้ช้า และอาจนำไปถึงอาการ Boot ไม่ขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

โดยหากพบอาการนี้ แนะนำให้ทำการปิด Raspberry Pi แล้วนำ microSD card ออกมาทำการ Format ใหม่ โดยอาจใช้เครื่องมืออย่าง SDFormatter จากทาง SD Assisiation ในการ Format microSD card โดยหาก Format ไม่ผ่าน นั่นหมายความว่า microSD card ของคุณนั้นมีปัญหาแล้ว

โดยหากเพื่อนๆกำลังมองหา microSD card สำหรับใช้งานกับบอร์ด Raspberry Pi อยู่ แนะนำให้เลือก microSD card แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ราคาไม่ถูกจนเกินไป มีความเร็วในการ อ่าน/เขียน เร็ว ขนาดกำลังดีตามความต้องการ (แนะนำควรเริ่มต้นที่ 32 GB)

โดยหากเพื่อนๆยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบรนด์ไหน เราขอแนะนำ MakerDisk จากทาง Cytron ที่ได้รับการรับรองจากทาง Raspberry Pi Raspberry Pi Official แล้วว่า สามารถใช้งานได้กับบอร์ด Raspberry Pi ได้อย่างไม่มีปัญหา และผ่านมาตรฐานของทาง Raspberry Pi Official

สั่งซื้อ MakerDisk ได้ที่ :

ขนาด 32 GB :

ขนาด 64GB :

ภาพไม่ขึ้นบนจอ

สำหรับ Raspberry Pi รุ่นที่มีพอร์ต HDMI เพียงพอร์ตเดียว หากภาพไม่แสดงบนหน้าจอที่เชื่อมต่อกับ Raspberry Pi แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการบังคับให้ Raspberry Pi ของเราทำการแสดงภาพออกมา ซึ่งสำหรับ Raspberry Pi ที่เป็น SBC ที่ไม่มี BIOS นั้น การเข้าไปตั้งค่าแก้ไขก็ต้องไปที่ไฟล์ใน microSD card ที่เราจะใช้ Boot

โดยนำ microSD card ที่ติดตั้ง Raspberry Pi OS ที่ Boot ไม่ผ่านออกมาจาก Raspberry Pi ก่อนแล้วนำมาเสียบกับคอมพิวเตอร์ > มองหา Drive ที่ชื่อ boot > เข้าไปแล้วมองหาไฟล์ที่ชื่อ config.txt ให้ทำการเปิดเพื่อแก้ไข เลื่อนไปบรรทัดสุดท้ายแล้ววางคำสั่งดานล่างลงไปแล้วกดบันทึก

hdmi_force_hotplug=1

หลังจากนั้นถอด microSD card ออกจากคอมพิวเตอร์ นำไปเสียบเข้ากับ Raspberry Pi แล้วลอง Boot อีกครั้ง

หรือหากเพื่อนๆยังไม่มีสาย microHDMI to HDMI ลองมาเลือกใช้งานสาย microHDMI to HDMI จาก Raspberry Pi ดู รับรองว่า Premium กว่าแน่นอน

สั่งซื้อสาย microHDMI to HDMI จากทาง Raspberry Pi Official ได้ที่ :

เช็คยังไงว่าสาเหตุภายนอกส่วนไหนที่ทำให้ Raspberry Pi Boot ไม่ขึ้น

สำหรับ Raspberry Pi ในตระกูล Model B ทั้งหมด (B, B+, 2B, 3B, 3B+ หรือ 4B) ให้ทำการถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดออกจากตัวบอร์ด หลังจากนั้นนำอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดที่ใช้กับ Raspberry Pi ตัวที่ Boot ไม่ขึ้นนำไปต่อใช้งานกับ Raspberry Pi ตัวที่ปกติ ซึ่ง หาก Boot ขึ้น หมายความว่าปัญหาเกิดจากตัวบอร์ด Raspberry Pi ให้ทำการส่งเคลมได้ทันที

แต่หาก Boot ไม่ขึ้นเช่นกัน นั่นอาจหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์ Raspberry Pi ของคุณเป็นสาเหตุที่ทำให้ Raspberry Pi Boot ไม่ขึ้น

แต่สำหรับกรณีของ Raspberry Pi ในตระกูล Model A และ Zero (A, A+, Zero V1.3, Zero W, Zero 2W) ให้ทำการถอดอุปกรณ์ทุกอย่างออกจากตัวบอร์ด หลังจากนั้น นำสาย microUSB (สำหรับตระกูล Zero) หรือสาย USB Type-A (สำหรับตระกูล Model A) เสียบเข้ากับตัวบอร์ด โดยหากตัวบอร์ด สามารถใช้งานได้ตามปกติ จะปรากฏใน Device Manager ของระบบปฏิบัติการ Windows ว่า “BCM2708 Boot” หรือหาเป็น Linux หรือ MacOS สามารถตรวจสอบได้ด้วยคำสั่ง dmesg ว่าตรวจพบอุปกรณ์ชื่อใกล้เคียงตามที่ได้ระบุไว้หรือไม่ หากตรวจพบ แปลว่า ตัวบอร์ด Raspberry Pi สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ท่าไม้ตาย สำหรับบอร์ดที่ LED สีแดงติด แต่ Boot ไม่ขึ้น หรือบอร์ดที่มีปัญหาอะไรก็แล้วแต่

แนะนำให้ทำการ Update Bootloader ของ Raspberry Pi ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด โดยสามารถทำตามคลิปวิดีโอด้านล่างได้เลย

หลังจากนั้นทำการ Build microSD card ที่ติดตั้ง Raspberry Pi OS ใหม่โดยใช้ Raspberry Pi Imager โดยสามารถทำตามคลิปวิดีโอด้านล่างได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับวิธีที่ผมแนะนำ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะช่วยให้เพื่อนๆได้ทดสอบ Raspberry Pi ของตัวเองเวลามีปัญหา ซึ่งหากเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขเองได้ง่าย เพื่อนๆจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าจัดส่ง และเสียเวลาในการรอของจากการเคลมด้วยครับ

--

--

Official Cytron Thailand

Love podcasts or audiobooks? Learn on the go with our new app.

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store